ประชุมเชียร์วันนี้

posted on 15 Jun 2009 21:05 by fucha-de-13l09  in Diary

(๑๕ มิ.ย. ๒๕๕๒)

 

เอนทรีนี้จะกล่าวถึงการประชุมเชียร์ของคณะ

ซึ่งหากใครมีอคติ หรือ อะไรก็ตาม ขอให้ข้ามเอนทรีนี้ไปซะ

เพราะเราเอง ก็ไม่ได้อยากให้มาเสียเวลา (ถ้าคุณไม่ชอบ)

บางคำพูดอาจจะเพี้ยนไปบ้าง แต่ก็นั่นแหละ ประมาณนั้น

อีกอย่าง อาจจะอ่านไม่รู้เรื่องด้วย เพราะคนเขียน เขียนตามอารมณ์สุดๆ

แล้วมันก็ยาวด้วย

 

 

นะจ๊ะ

 

 

 

 

...อันจะกล่าวถึง เรื่องเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

พี่สต๊าฟ มีงานให้พวกเรา (ปี๑) ทำ

ซึ่งก็คือ คัทเอาท์ Byenior

 

ยอมรับอย่างเต็มปากเต็มคำเลยแหละ ว่าฟิวเอง ก็แทบจะไม่รู้อะไรเกี่ยวกับคัทนี้เลยสักนิด

ไม่ได้รับผิดชอบทำงานอะไรสักอย่างเสียด้วยซ้ำ

เพื่อนชวนมา ก็ลืมอีกแน่ะ.. บางวันก็ตั้งใจลืมที่จะไป

เพราะคิดว่า คัทก็มีแค่อันเดียว เดี๋ยวไง ก็มีคนทำอยู่แล้ว

(ย้อนไปเมื่อไม่กี่วันก่อนนี่เอง พอมานั่งนึกๆดูแล้ว ทำไมเราถึงคิดอย่างนั้นก็ไม่รู้แฮะ มักง่าย? ขี้เกียจ?)

 

จนกระทั่งคัทเสร็จ

แล้ววันศุกร์ ทั้งๆที่รู้ว่าต้องส่งสมุดระเบียน(รุ่นพี่) ก็ไม่ได้อยู่

โดดไปเที่ยว.... เอาสนุก

 

แล้วก็ปล่อยเพื่อน อยู่รับชะตากรรม กับประชุมเชียร์

จากทั้งชั้นปี ๘๐-๙๐ คน

เหลือแค่ ๓๐ คน ซึ่งส่วนใหญ่ก็เพราะว่าพวกเขาอยู่หอในอีกแน่ะ

 

วันเสาร์ อาทิตย์ ลงทะเบียน พัก เที่ยว

เพื่อนทวงมาทำคัทถึงไฮไฟว์ ก็ยังไม่ไป

ลงทะเบียนเสร็จ เดี๋ยวว่าจะแวะไป ก็ไปเที่ยวหอเพื่อน

เล่นไปเล่นมา หลับ... ยาว

อดไปอีก

 

เฮ้อออออออ นี่ล่ะน้า...

 

 

มาถึงวันนี้

มีสันทนาการยาว

จนกระทั่ง พี่สต๊าฟ เข้ามาสั่งการเข้าแถว ให้ขึ้นไปชั้นบน (วันนี้ฝนตกหนัก)

 

 

ในใจคิด จะรอดไหมวะ?

รู้ตัวอยู่แล้วแหละ ว่ามันต้องมีอะไรแน่

 

 

ทุกคนเข้าไปในห้องที่ไร้แสงไฟ... แต่กระนั้นแสงจากดวงอาทิตย์ที่กำลังจะพ้นขอบฟ้าก็ยังพอส่องให้เห็นว่าสภาพห้องนั้นมันเป็นอย่างไร มันว่าง มากๆ มีแค่หลอดไฟที่ห้อยลงมาจากเพดานและหน้าต่างสี่บานที่ปิดอยู่

 

รุ่นพี่สต๊าฟตะโกนสั่งจัดแถวเหมือนเคย

บรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียด และ ความร้อน(อบอ้าวโคตรๆ ล่ะ)

และแล้วรุ่นพี่ก็กล่าวถึงคัท

"ใครไม่มาทำคัทมั่ง"

 

......

แน่ละ สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือความเงียบ

 

เรากวาดตามอง มือข้างขวากำไว้แน่น

ถ้าไม่มีเพื่อนรับ แล้วเราจะรับผิดด้วยดีหรือ..?

พี่สต๊าฟถามย้อนอีกครั้ง

 

 

ก่อนมือของเราจะค่อยๆยกขึ้นไป ถึงจะไม่สูงนัก

สักพักก็เห็นได้ชัดเหมือนกันว่า ไม่ใช่แค่เราเท่านั้นที่ยกมือ

ณ วินาทีนั้น คิดแล้วว่า

ถ้าเขาจะทำโทษอะไรเรา ก็พร้อมที่จะรับผิดเต็มที่ล่ะ

แต่ก็ไร้การทำโทษใดๆ

พี่เขาพูดเพียงว่า ขอบคุณที่ซื่อสัตย์

 

จากนั้น คำถามก็วนมาที่

วันศุกร์ ใครอยู่บ้าง

แล้วทำไมคนที่ไม่อยู่ถึงไม่อยู่

 

เราก้มหน้า ไม่กล้าสบตาใคร

เพื่อนๆ ที่อยู่เมื่อวันศุกร์ ก็ได้รับการปลดปล่อย(จะเรียกอย่างนี้ได้หรือเปล่านะ?) ให้ลงไป และกลับบ้านได้

ส่วนคนที่มีธุระจริงๆ เมื่อวันศุกร์

ก็เช่นกัน

 

จำนวนคนที่เหลือ น้อยจริงๆ

แต่ก็เกินกว่าสิบ

 

 

รุ่นพี่ให้กอดคอกัน ก้มหน้า แล้วร้องเพลงคณะ เป็นการทำโทษ

ให้นับ แล้วร้องใหม่จนกว่าจะสั่งให้หยุด

เสียงรุ่นพี่ดุ ก็ยังคงมีเรื่อยๆ

เสียงไม่ดัง  สั่งไม่พร้อม คุณคิดว่าเพื่อนคุณพร้อมแล้วหรือ

ใครไม่ไหวก็บอก นับด้วยว่ากี่รอบ

ไม่ไหวอย่าถ่วงเพื่อน...

 

ในตอนนั้นรู้ว่า ตัวเองเริ่มจะไม่ไหวแล้วแหละ เดี๋ยวต้องมีคนเริ่มทักแน่ว่าไม่ไหว

แต่ก็จะทู่ซี้ต่อไป (ฮะฮะ)

อย่างน้อยก็ขอรับโทษที่ตัวเองได้ทำอย่างเต็มที่

 

 

เสียงแหบ  เสียงกระแอมในลำคอ ทำให้เพื่อนข้างๆสะกิดบ่อยครั้ง

"...ฟิวไหวหรือเปล่า"

เราส่ายหน้า แล้วยิ้ม มือขวาจับเข่าขวาแน่นไม่ให้มันสั่น

เหงื่อแตกพลั่ก ตายังคงมองพื้น และเท้า

 

เสียงเพื่อนสวนขึ้นมา

เป็นคำขออนุญาตเข้าประชุมเชียร์

ฟิวแอบเงยหน้ามองว่าเกิดอะไรขึ้น

เพื่อนๆ ที่เพิ่งลงไปเมื่อยี่สิบนาทีก่อน ขึ้นมาขออนุญาตเข้าประชุมเชียร์ต่อ

"ขอรับผิดชอบร่วมกันครับ!!"

 

"ใครบอกให้หยุด!! ร้องเพลงต่อสิ!! รอบที่เท่าไหร่แล้ว!!"

 

และแทนที่จะเป็นเสียงของคนสิบกว่าคนที่ดังก้อง

กลับเป็นเสียงของคนห้าสิบกว่าคนที่ร้องเพลงคณะ

 

ตอนนั้นน้ำตามันรื้นออกมา

ทำให้ตัวเองรู้สึกผิดไปอีก

ซึ้งนะ จากใจจริง

ร้องเพลงคณะตะโกนแหกปากไม่สนใจอะไรอีกแล้ว

น้ำตาคลอ ก็ปาดไป

ตั้งใจร้องเพลงที่สุดล่ะ

 

รุ่นพี่ตะโกน

ถามเพื่อนว่าทำไมไม่ลงไปชั้นล่าง

ทำไมไม่พัก

คิดดีแล้วเหรอ พวกเขาทิ้งพวกคุณเวลาคุณเหนื่อยนะ

คุณไม่คิดว่ามันแฟร์หรอกเหรอ ที่พวกเขาจะได้รับโทษ

 

แต่เพื่อนๆ ยังยืนอยู่ตรงนั้น

ทำไมคุณไม่ลงไป

 

พวกผมต้องการรับผิดชอบร่วมกันครับ

 

งั้นกอดคอ ก้มหน้าร้องเพลงต่อสิ

คุณบอกเองนะว่าจะช่วย

พวกผมไม่ได้ล้อเล่นนะ

.

.

.

 

ภาพที่สวยงามที่สุดของวันนี้

เป็นภาพเลือนราง ของเงาเพื่อน

ที่ยืนอยู่ตรงหน้า

พูดคำว่า รับผิดชอบร่วมกัน

 

ถึงจะไม่ดังนัก แต่ก็สัมผัสได้ถึงความผูกพัน...

 

 

 

....ไม่รู้จะพิมพ์อะไรต่อแล้วล่ะ ตอนนี้

นอกจากคำว่า

 

ขอบคุณ ขอบใจ

 

จากใจจริง จากเพื่อนเห็นแก่ตัวคนนึง

พวกแกทำให้เราเชื่อ ในมิตรภาพของพวกเรามากขึ้น มาอีกนิดนึงแล้วแหละ

(แต่ก่อนหน้านี้ก็เชื่อนะ.. เว่ย)

 

เป็นอีกบทเรียนที่ทำให้เราได้เรียนรู้อะไรอีกอย่างเกี่ยวกับชีวิต

ที่ไม่มาทำคัท ขอโทษ จริงๆนะ..

ขอให้มิตรภาพของพวกเรายั่งยืนต่อไป

 

Cheers,

ฟิว คอมเดส ๙๑๐

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet